ทำไมผู้ชายถึงมีกลิ่นตัวมากกว่าผู้หญิง ?

ทำไมผู้ชายถึงมีกลิ่นตัวมากกว่าผู้หญิง

ทำไมผู้ชายถึงมีกลิ่นตัวมากกว่าผู้หญิง

เรื่องปัญหากลิ่นตัวเป็นปัญหาที่คุณผู้ชายเกือบจะทุกท่านไม่ค่อยปลื้มเท่าไรมักจะทำให้ใครมี่อยู่ใกล้รู้สึกไม่ดีกับคุณ เพราะกลิ่นตัวของคุณเอง เรื่องกลิ่นตัวไม่ได้เกิดขึ้นกับเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะแต่จะเกิดขึ้นและพบในส่วนใหญ่กับเพศชาย เป็นเพราะว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเพศชายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ตั้งแต่เสียงเริ่มห้าว ผิวหน้ามีความมัน มีหนวดเคราขึ้นมา และกล้ามเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอิทธิพลจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หรือฮอร์โมนเพศชายที่มีระดับสูงขึ้นมากนั่นเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ยังรวมถึงกลิ่นตัวของผู้ชายที่เพิ่มมากขึ้นด้วย อีกทั้งผู้ชายยังมีต่อมเหงื่อมากกว่าผู้หญิง แต่งจากเพศหญิงที่จะรักษาความสะอาดของร่างกายได้ดีกว่า ดูแลในเรื่องเล็กๆน้อยๆละเอียดอ่อนกว่า การไม่ค่อยดูแลสุขอนามัยซึ่งมีผลเมื่อมีกิจกรรมบนเตียงอาจส่งผลให้ไม่ราบรื่น


ทำไมผู้ชายถึงมีกลิ่นตัวมากกว่าผู้หญิง

ทำไมผู้ชายถึงมีกลิ่นตัวมากกว่าผู้หญิง

เหงื่อเป็นของเสียชนิดหนึ่งในร่างกายที่ร่างกายขับออกมาในรูปของเหลว โดยจะขับออกมาทางรูขุมขนบนผิวหนัง ซึ่งร่างกายของคนเรามีต่อมเหงื่อประมาณ 2-4 ล้านต่อม กระจายอยู่ทั่วร่างกาย รวมทั้งบริเวณหนังศีรษะและใบหน้า แต่จะมีมากที่สุดที่บริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งโดยปกติแล้ว เหงื่อจะไม่มีกลิ่น แต่เหงื่อเต็มไปด้วยของเสียที่ร่างกายขับออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไขมัน โปรตีน หรือแป้งที่เรากินเข้าไป ซึ่งส่งให้เกิดกลิ่นตัวได้ โดยกลิ่นตัวก็คือ ภาวะที่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมาจากผิวหนังร่างกาย ส่วนใหญ่มักจะเป็นกลิ่นที่มาจากบริเวณ รักแร้ ขาหนีบ หรือบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากบริเวณนั้นมีต่อมเหงื่อที่ชื่อว่า Aprocrine จำนวนมาก ซึ่งมีหน้าที่สร้างสารที่มีกลิ่นคลายฟีโรโมน มีลักษณะเป็นสีขาวขุ่น และมีส่วนผสมของไขมันมาก โดยจะเริ่มทำงานเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยรุ่นนั่นเองเราจะสังเกตได้ว่าวัยรุ่นเมื่อมีเหงื่อออก มีกลิ่นกายก็จะติดเสื้อผ้ามา ในระยะแรกที่เหงื่อหลั่งออกมานั้น จะยังคงไม่ส่งกลิ่นอะไร แต่เมื่อไปเจอกับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น จึงทำปฏิกิริยากันจนเกิดเป็นกรดไขมันและแอมโมเนีย ทำให้เกิดเป็นกลิ่นเหม็นขึ้นมานั่นเอง นอกจากกลิ่นตัวจะมีสาเหตุจากธรรมชาติของร่างกายที่ทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่อยู่ตามผิวหนังแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ที่ทำให้คนเรามีกลิ่นตัวได้ดังนี้


สภาพอากาศ หากอยู่ในฤดูร้อน หรืออยู่ในสภาวะที่มีอากาศร้อนชื้น เชื้อแบคทีเรียจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ทำปฏิกิริยากับเหงื่อที่ไหลออกมาได้เร็วขึ้น ส่งผลให้กลิ่นตัวเกิดได้ง่ายและรุนแรงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมาก จะทำให้สมองหลั่งสารเคมีชื่อ อะซีทิลโคลีน (Acetylchline) ซึ่งอยู่บริเวณปลายประสาท ทำให้เป็นการกระตุ้นต่อมเหงื่อให้ผลิตเหงื่อเพิ่มขึ้นด้วย

  • เสื้อผ้า เสื้อผ้าที่หนาหรือเนื้อผ้าบางชนิด ไม่สามารถระบายเหงื่อหรือระบายได้ช้า จึงทำให้เกิดการอับชื้น ทำให้ปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังเพิ่มขึ้น และเกิดกลิ่นตัวได้ง่ายขึ้น
  • อารมณ์ หากเกิดความเครียด โกรธ ตกใจ จะทำให้ไปกระตุ้นต่อมเหงื่อใต้รักแร้ หน้าผาก และฝ่ามือ ให้หลั่งเหงื่อออกมาจำนวนมากขึ้น ทำให้ผิวหนังเกิดความชื้น ส่งผลให้เกิดแบคทีเรียมากขึ้น และเมื่อทำปฏิกิริยากับเหงื่อ จึงส่งกลิ่นตัวขึ้นมา
  • อาหารหรือยาบางชนิด เช่น กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศ เป็นต้น เพราะอาหารหรือยาเหล่านี้ มีสารที่ขับออกมาทางเหงื่อ
  • โรคบางชนิด เช่น เบาหวาน เกาต์ ภาวะผิดปกติทางระบบเผาผลาญอาหาร ซึ่งร่างกายจะสร้างสารเคมีบางอย่างที่มีกลิ่น และขับออกมาทางเหงื่อ

นอกจากนี้กิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก หรือการออกกำลังกาย ก็จะทำให้เกิดเหงื่อได้มากขึ้น โดยต่อมเหงื่อ Eccrine จะขับเหงื่อออกมามาก และยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวอีกด้วย

 


** ทั่งนี้เราได้เสนอความรู้ ประสบการณ์ที่ตัวผู้เขียนได้พบเจอมา และ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านประสบความสำเร็จกับคู่รักนะครับ ไว้เจอกันใหม่ในบทความต่อๆไปครับ  “จำหน่าย ไวอากร้าไทย และ ยาปลุกเซ็กส์หญิง”

โดย : http://www.sidegraphama.com